วันอังคาร, 21 พฤษภาคม 2567

วงถกชมรมสมาชิก อส. วอนมหาดไทย เพิ่มค่าตอบแทน จัดให้มีสวัดิการหลังเกษียณ

ชมรม สมาชิก อส. ทั่วประเทศไทยกว่า 200 คน ถกสามัญประจำปี วอนมหาดไทยเสริมขวัญกำลังใจในการทำงาน ขอปรับขึ้นค่าตอบแทนหากข้าราชการได้ปรับขึ้น ขอสวัสดิการหลักเกษียณ อยากให้ส่งกฤษฎีกาชี้ให้ชัด “อส.” มีสถานะอย่างไร ที่ปรึกษาชมรมฯ เผย มท.1 สั่งการแล้วให้เพิ่มเบี้ยเลี้ยง-ค่าเสบียงสนาม พร้อมให้หาแนวทางสนับสนุนค่าเล่าเรียนบุตร ค่ารักษาพยาบาลญาติสายตรง และค่าตอบแทนรายเดือนหลังเกษียณ

วันที่ 27 มกราคม 2567 ห้องประชุมโรงแรมณวิพารีสอร์ทเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอหางดง เป็นประธานเปิดการประชุมสมัยสามัญ ประจำปี 2566 ชมรมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนแห่งประเทศไทย โดยมี มนายหมู่ใหญ่ถาวร บุญหาว ประธานชมรมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยที่ปรึกษาชมรม กรรมการบริหารชมรม สมาชิกชมรมตัวแทน สมาชิก อส. ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ รวมกว่า 200 คน เข้าร่วมการประชุม

นายชลิต ทิพย์คำ นายอำเภอหางดง กล่าวว่า สมาชิก อส. ถือเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชน โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐออกตรวจตราดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ การปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติด ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ก็เป็นการหารือเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนของเจ้าหน้าที่ อส.ทั่วประเทศ ที่จะมีความชัดเจนในด้านการปฏิบัติงาน และแนวทางในการปฏิบัติงานที่มากขึ้น

นายหมู่ใหญ่ถาวร บุญหาว ประธานชมรมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ตามปกติจะต้องมีการประชุมเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ทำให้ต้องเลื่อนประชุมมาในวันนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกชมรมฯ ว่าที่ผ่านมาปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ประสบปัญหาอย่างไรบ้าง เพราะในแต่ละพื้นที่นั้น การปฏิบัติงานไม่เหมือนกัน ทั้งการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน การตรวจสถานบันเทิง การป้องกันปัญหายาเสพติด มีควาแตกต่างกันไป ความเสี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นก็ไม่เหมือนกัน

“การมารับฟังครั้งนี้จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา 3 เรื่องหลัก ได้แก่ เรื่องแรก สมาชิก อส. ทั่วประเทศ ไม่มีสถานะที่ชัดเจน แต่เป็นการตีความกันเอาเอง โดยไม่รู้ว่าปัจจุบันนั้นเป็นลูกจ้าง เป็นพนักงานรัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้เกิดความสับสน เมื่อมีสวัสดิการของทางภาครัฐมาถึงประชาชน ก็จะถูกกีดกันว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถรับได้ แต่เมื่อมีสวัสดิการให้ข้าราชการ ก็บอกว่า เจ้าหน้าที่ อส. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงอยากให้มีการชี้ชัดไปเลยว่า สมาชิก อส. เป็นอะไร ประเด็นนี้จะได้ส่งเรื่องให้กระทรวงมหาดไทยเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความเพื่อให้เกิดความชัดเจนทั้งในด้านหน้าที่การงาน การปฏิบัติหน้าที่ และสวัสดิการ เรื่องที่ 2 ก็จะมีการผลักดันไปถึงเรื่องเงินเดือนของสมาชิก อส. ซึ่งปัจจุบันจะได้รับเงินเดือนและเงินสนับสนุนต่างๆ เฉลี่ยคนละ 10,000 – 13,000 บาท และหากมีการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการขึ้น ก็อยากให้พิจารณาปรับในส่วนค่าตอบแทนของ อส. ด้วย ในอดีตมีการพูดคุยและตกลงไว้แล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดขึ้นตามที่มีการตกลงกันไว้ เมื่อไปทวงถามก็จะล่าช้าไป 2 – 3 ปี แต่ข้าราชการก็มีการปรับขึ้นไปนานแล้ว และเรื่องที่ 3 สุดท้าย คือ เรื่องของสวัสดิการของผู้เกษียณ อยากให้มีทั้งบำเหน็จและบำนาญ เป็นสองทางเลือก เพื่อเป็นสวัสดีการแก่ อส. ที่เกษียณอายุ ที่ผ่านมาไม่มีสวัสดิการตรงจุดนี้ให้กับเจ้าหน้าที่ อส. ทั้งที่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อส. มีภารกิจมากมาย และเป็นกำลังสำคัญในการทำงานให้กับประเทศ” ประธานชมรม สมาชิก อส. แห่งประเทศไทย กล่าว

ด้าน นายหมวดตรี ปัญญา ทักขิณสิงห์ ประธานผู้ก่อตั้งชมรมกองอาสารักษาดินแดนแห่งประเทศไทย ในฐานะที่ปรึกษาชมรมฯ กล่าวในที่ประชุมว่า ก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอเข้าพบ และได้เข้าพบตามขอ โดยพบกับเลขานุการ รมว.มหาดไทย ซึ่งมีประเด็นที่ รมว.มหาดไทย รับที่จะดำเนินการให้ เรื่องแรกเร่งด่วนให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ คือ การปรับเบี้ยเลี้ยง และปรับขึ้นค่าเสบียงภาคสนาม เรื่องที่ให้ดำเนินการลำดับถัดไปคือ เรื่องค่าเล่าเรียนบุตร และค่ารักษาพยาบาล ญาติสายตรง พ่อ แม่ ภริยา บุตร ซึ่ง มท.1 สั่งการให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน พร้อมย้ำให้ดำเนินการแก้กฎหมายในส่วนเป็นปัญหาให้แล้วเสร็จในสมัยที่เป็น มท.1 ส่วนเรื่องสุดท้าย คือ ค่าตอบแทนรายเดือนหลังเกษียณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดมีความซับซ้อน ต้องทำการศึกษาให้รอบครอบ ให้เวลาหน่วยงานไปศึกษาภายในสิ้นปี 2567 นี้