วันอาทิตย์, 24 ตุลาคม 2564

“อนาคตเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นเช่นไรอยู่ที่นโยบายองค์การสวนสัตว์” ดีเดย์ 1 ก.ค.เปิดเที่ยวฟรี แต่ต้องจองก่อน

27 มิ.ย. 2020
939

“เทวัญ” ตรวจความพร้อมเปิดเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ดีเดย์ 1 ก.ค. เปิดบริการ แบ่งเป็น 3 รอบ จำกัด 900 คนต่อวัน 15 วันแรกเปิดให้ชมฟรี แต่ต้องจองคิวล่วงหน้า ครึ่งกรกฎาหลังเก็บค่าตั๋วครึ่งราคา เน้นย้ำปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขเคร่งครัด จี้ให้พนักงานต้องตรวจโควิดก่อน ส่วนโอนย้ายไนท์ไปสวนสัตว์ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ชี้มีขั้นตอนมาก แม้ พรฎ.สวนสัตว์ใหม่มีผลบังคับแต่อยู่ระหว่างการถ่ายโอน เตรียมนัดถก 3 ฝ่าย ยันไนท์ยังเป็นองค์การมหาชนโอนไปสวนสัตว์เสร็จจึงจะเป็นรัฐวิสาหกิจ อนาคตจะเป็นเช่นไรอยู่ที่นโยบายองค์การสวนสัตว์

ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ตรวจความพร้อมในการที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากที่ปิดชั่วคราวเนื่องจากสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 พร้อมกันนี้ได้เรียกกรรมการพัฒนาพิงคนครและผู้บริหารเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีประชุมเพื่อรายงานข้อมูลการดำเนินงานและแนวทางปฏิบัติในการจะเปิดให้บริการ นำโดย นายวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

หลังจากการประชุม นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ว่า วันที่ 1 ก.ค. 63 นี้ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจะเปิดให้บริการ จากการรับฟังรายงานในที่ประชุมทราบว่า ใน 15 วันแรกของเดือนกรกฎาคมจะเปิดให้เข้าชมฟรี หลังจากนั้นอีก 15 วัน จะเก็บค่าเข้าชมครึ่งราคาของค่าเข้าชมปกติ ต่อจากนั้นในเดือนถัดไปก็จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะจำหน่ายตั๋วเข้าชมเท่าไร ส่วนมาตรการต่างๆ ที่จะนำมาใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ก็อาศัยข้อสั่งการของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

“ประการแรกคือ จำกัดจำนวนของผู้เข้ามาเที่ยว โดยจะแบ่งให้เข้าเที่ยวเป็น 3 ช่วงเวลา ช่วงละ 3 ชั่วโมง จะรับผู้เข้ามาเที่ยวไม่เกิน 300 คน ในแต่ละวันจะรับไม่เกิน 900 คน รอบแรกเปิดเข้าชมเวลา 13.00 น. รอบที่ 2 เวลา 16.00 น. และรอบที่ 3 เวลา 19.00 น. ประการต่อมาทุกคนที่จะมาเที่ยวต้องมีหน้ากากโดยจะห้ามถอดระหว่างการเข้าชม พร้อมกันนี้ได้จัดเจลล้างมือไว้ให้ตลอดทาง มีการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าชมในหลายๆ สถานี หลายๆ จุด เพื่อให้เกิดความมั่นใจของผู้ที่จะเข้ามาเที่ยว และที่สำคัญคือ พนักงานเจ้าหน้าที่ของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีก็ต้องมีการตรวจด้วย ทั้งก่อนเข้าทำงานและมีการตรวจอยู่ตลอด ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบนโยบายให้มีการตรวจโควิด-19 ให้แก่พนักงานทุกคนก่อนวันเปิดเข้าชมด้วย” นายเทวัญฯ กล่าว

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า มาตรการต่างๆ ที่นำมาใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย การเว้นระยะห่างทางสังคมก็เป็นนโยบายที่ได้กำชับว่าต้องปฏิบัติ นโยบายต่างๆ เหล่านี้เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้ผู้ที่จะมาเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยรวมทั้งพี่น้องภาคเหนือจะกลับมาเที่ยวไนท์ซาฟารี เพราะเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นจุดขายหนึ่งของเชียงใหม่ ที่ผ่านมาในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวไนท์ซาฟารีกว่า 7 แสนคน ทำรายได้แต่ละปีกว่า 200 ล้าน ส่วนรายได้ทางอ้อมในแต่ละปีมีอยู่ราว 3 พันกว่าล้านบาท

“การจะเข้ามาเที่ยวในช่วงแรกนี้จะต้องจองก่อนล่วงหน้าว่าจะเข้ามาเที่ยววันไหน รอบใด โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ เลือกจะเที่ยวในช่วงใดในแต่ละวัน ที่ยังเป็นกังวลก็คือ ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด เช่นการที่จะไม่ถอดหน้ากากเลยในช่วงที่เข้ามาเที่ยว แม้ว่าในประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อกว่า 30 วันแล้วก็ตาม แต่ต้องไม่ประมาท ต้องทำตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ซึ่งได้มอบเป็นนโยบายแล้วว่า ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่กวดขันกำชับไม่ให้ถอดหน้ากากโดยเด็ดขาด ต้องจัดให้มีเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือตั้งไว้บริการในหลายๆ จุด มีการตรวจวัดอุณหภูมิหลายๆ จุดไม่ใช่จัดไว้แค่ทางเข้าจุดเดียว ที่สำคัญที่สุดคือ เจ้าหน้าที่ ประเด็นก็คือ คนมาเที่ยวต้องไม่มาติดเชื้อจากเจ้าหน้าที่ของไนท์ซาฟารี” นายเทวัญฯ กล่าว

ต่อคำถามเรื่องการโอนย้ายเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีไปอยู่กับองค์การสวนสัตว์ นายเทวัญฯ เปิดเผยว่า องค์การสวนสัตว์ซึ่งขึ้นอยู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกฎหมายที่ออกมารองรับเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่งแล้วเสร็จและประกาศใช้ ซึ่งต่อไปก็จะมีการประชุม 3 ฝ่าย คือทางสำนักนายกฯ กระทรวงทรัพย์ฯ และสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อหารือแนวทางการโอนย้าย แม้ว่ากฎหมายที่ประกาศใช้บัญญัติให้มีผลบังคับใช้ทันทีแต่ว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการที่จะถ่ายโอน ซึ่งต้องมีการตรวจนับทรัพย์สิน และมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอีกมาก

“ที่ได้มอบเป็นนโยบายไว้ก็คือ พนักงานของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีซึ่งอยู่กับที่นี่มานาน นอกจากนี้ยังมีวิสาหกิจชุมชนที่ส่งอาหารสัตว์ให้กับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่ยังต้องรักษาตรงนั้นไว้ เพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีงาน ได้มีการส่งอาหารสัตว์ให้แก่ไนท์ซาฟารีต่อเนื่องต่อไป ส่วนถ้าการโอนย้ายแล้วเสร็จสมบูรณ์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจะเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใดก็ต้องขึ้นอยู่องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ถ้าไปอยู่แล้วก็เป็นเรื่องนโยบายขององค์การสวนสัตว์ที่ขึ้นกับกระทรวงทรัพย์ฯ”

“ความเป็นองค์การมหาชนที่ควบคุมที่นี่นั้นโดนยุบไปแล้ว ซึ่งพิงคนคร มี 2 ส่วน ในส่วนของศูนย์ประชุมฯ ถูกโอนไปอยู่กับกรมธนารักษ์แล้ว เหลือเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่จะต้องไปอยู่กับกระทรวงทรัพย์ฯ แต่ยังอยู่ระหว่างช่วงการถ่ายโอน ซึ่งยังมีความเป็นองค์การมหาชนอยู่ แต่หากโอนย้ายไปยังกระทรวงทรัพย์ฯ เสร็จก็จะมีลักษณะเช่นเดียวกับสวนสัตว์ คือ เป็นรัฐวิสาหกิจ” นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ในช่วงที่เปิดให้เข้าเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีฟรี (เฉพาะวันที่ 1-15 ก.ค. 63 จำกัดวันละ 900 ท่าน) สามารถจองคิวล่วงหน้าเพื่อเข้าใช้บริการเท่านั้น โดย 1 คน สามารถจองคิวเป็นหมูคณะได้สูงสุด 5 คน เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 63 ช่องทางดังนี้ www.chiangmainightsafari.com หรือที่ https://faceticket.net/queues/night-safari/ หรือที่ Call Center: 053 999000

สำหรับการลงทะเบียน แบบออนไลน์มี ขั้นตอนดังนี้ 1.เข้าเว็บไซต์ www.chiangmainightsafari.com เลือกระบบจองเข้าชมออนไลน์ หรือคลิก https://faceticket.net/queues/night-safari/ 2.เลือกวันเข้าชม แล้วกด “จองคิว” 3.เลือกเวลาเข้าชม กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน แล้วกด “NEXT” 4.ตรวจสอบรายละเอียดให้เรียบร้อยแล้วกด “ยืนยันทำรายการ” 5.เมื่อทำรายการเสร็จสมบูรณ์จะได้รับบัตรเข้าชมออนไลน์ (E-QUEUE) และ6.ระบบจะส่ง E-QUEUE ไปยังอีเมล์ที่ใช้สมัคร และอีกช่องทางคือ การจองผ่าน Call Center โดยเปิดให้จองแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิ.ย. จองคิวได้เวลา 9.00-17.00 น. และตั้งแต่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป สามารถจองคิวได้ในเวลา 9.00 น.-18.00 น. ทั้งนี้ทุกคนที่จองเข้าเที่ยวชม ต้องมาก่อนรอบที่จองไว้ อย่างน้อย 20 นาที หากมาช้าเกินกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ระบบจะทำการยกเลิกคิวของที่จองนั้นโดยอัตโนมัติ