วันอาทิตย์, 19 มกราคม 2563

ป่าเมี่ยง-ปางน้ำถุ เริ่ม 27 ธันวา วิ่งได้ 4 เลน ใช้รถยังต้องระวัง 2 ตอนแรกอยู่ระหว่างก่อสร้าง

ดีเดย์วันแรกรณรงค์เข้มรับปีใหม่ 63 แขวงเชียงใหม่ 2 เปิดถนน “เจ็ดชั่วโครต” ให้วิ่งได้ครบ 4 เลน แม้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ยันวิ่งได้ตลอดทั้งสาย ย้ำชัดเสร็จ 100% ตลอดทั้งช่วงไม่เกินปี๋ใหม่เมือง 63 ส่วน 2 ตอนแรกเพิ่งเริ่มสร้างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ปี 64 หาญเจริญเชียงรายกับเชียงใหม่คอน รับจ้างก่อสร้างงานเป็นไปตามแผน

วันที่ 26 ธ.ค.62 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ตอน ต.ป่าเมี่ยง-บ.ปางน้ำถุ แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 สำนักทางหลวงที่ 1 เปิดแถลงข่าวสื่อมวลชน ประเด็น “การเปิดเดินรถ 4 ช่องทางจราจรบนทางหลวงหมายเลข 118 สาย เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน ตำบลป่าเมี่ยง – บ้านปางน้ำถุ ระหว่าง กม.42+000 – กม.51+250 ซึ่งกำหนดเปิดให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป โดยมี นายศุภกร วชิราภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 1 นายวิจารณ์ ขุนเสถียร รองผู้อำนวยการสำนักทางหลวงที่ 1 นายเอกนรินทร์ จินทะวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 นายศรชัย จันทร์นวล นายช่างโครงการฯและนายเอกสิทธิ์ ชื่นชม วิศวกรควบคุมงาน บ.เชียงใหม่สหวิศวโยธาการ จำกัด ร่วมกันแถลงข่าว

นายศุภกร วชิราภรณ์ ผอ.สำนักทางหลวงที่ 1 กล่าวว่า โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักทางหลวงที่ 1 โดยแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่มีด้วยกัน 3 โครงการ หรือ 3 ตอน ตอนแรก เริ่มตั้งแต่กม.20+200-กม.31+700 (ดอยสะเก็ด-ป่าเมี่ยง ตอน 1) ระยะทาง 11.5 กม. เริ่มต้นสัญญาเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 62 จะสิ้นสุดสัญญาในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ระยะเวลาก่อสร้าง 720 วัน มี บจ.หาญเจริญเอนเตอร์ไพรส์เชียงราย เป็นผู้รับจ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างซึ่งการดำเนินการก่อสร้างในภาพรวมเป็นไปตามแผนงาน

“ตอนที่ 2 ระยะทาง 10 กม. จุดเริ่มต้นโครงการต่อจากตอนที่ 1 บริเวณโรงเรียนแม่หวาน เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 62 และจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 2 ธ.ค.63 มี บจ.เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น เป็นผู้รับจ้าง อยู่ระหว่างการก่อสร้างเช่นกัน ส่วนตอนที่ 3 คือ ช่วงตำบลป่าเมี่ยง-บ.ปางน้ำถุ กม.42+000 – กม.51+250 ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างก่อนทั้ง 2 ตอนแรกเป็นเวลานานแล้ว ระยะทางตามโครงการฯ 9.25 กม. มี บจ.เชียงใหม่สหวิศวโยธาการ เป็นผู้รับจ้าง เริ่มสัญญาก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2560 การดำเนินการก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงานราว 1 ปี” ผอ.สำนักทางหลวงที่ 1 กล่าว

ด้าน นายเอกนรินทร์ จินทะวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าวว่า ทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ในอดีตเป็น 2 ช่องทางจราจร โดยสภาพทางทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นทางลาดชัน แคบ มีหลายครั้งที่รถบัสนักท่องเที่ยวเกิดพลิกคว่ำ กรมทางหลวงจึงได้อนุมัติงบประมาณเพื่อขยายช่องทางจราจรจากเดิม 2 ช่องทาง เป็น 4 ช่องทางจราจร เมื่อการก่อสร้างทางหลวงเส้นนี้แล้วเสร็จทั้งโครงการ คาดว่าจะเสร็จในปี 2568 ก็จะเป็นถนน 4 ช่องทางจราจรไปจนถึงจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน บริเวณทางแยกแม่ลาว จ.เชียงราย ซึ่งการสัญจรจากเชียงใหม่ไปเชียงรายขณะนี้จะใช้เวลาประมาณ 2.30 – 3 ชั่วโมง เมื่อถนนเป็น 4 ช่องทางจราจรโดยตลอด คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1.30 ชั่วโมง

“ที่ผ่านมาการก่อสร้างตอนที่ 3 ต.ป่าเมี่ยง-บ.ปางน้ำถุ ช่วง กม.42+000 – กม.51+250 มีปัญหาอุปสรรคอย่างมากทำให้การทำงานล่าช้ากว่าสัญญา และถูกสังคม ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรได้รับผลกระทบ และต่อว่าต่างๆ นานา เพราะงานก่อสร้างล่าช้าถึง 1 ปี แต่ทางผู้รับเหมาก็ไม่เคยทิ้งงาน และนับตั้งแต่ได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีและอธิบดีกรมทางหลวง ได้มีการเร่งรัดการทำงาน โดยเร่งดำเนินการทั้งกลางวันและกลางคืน ส่งผลให้สามารถใช้สัญจรได้ทั้ง 4 ช่องจราจร ก่อนเทศกาลปีใหม่ 2563 แม้ว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ตามสัญญางาน โดยวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ผู้รับจ้างจะทำงาน จากนั้นก็จะเก็บเครื่องจักรเพื่อคืนผิวทางทั้งหมดให้ประชาชนได้สัญจรทั้ง 4 ช่องในวันพรุ่งนี้ (27 ธ.ค. 62) ซึ่งผู้รับจ้างได้ส่งแผนการก่อสร้างโดยจะทำให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ 100% ก่อนเทศกาลสงกรานต์ 2563 นี้” ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าว

ด้าน นายศรชัย จันทร์นวล นายช่างโครงการฯ กล่าวว่า ระยะเวลาตามสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 260 วัน นับถึงขณะนี้การก่อสร้างใช้เวลาไปแล้วรวม 1,018 วัน เกินกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว 365 วัน อย่างไรก็ตามในการก่อสร้างที่ผ่านมาทางผู้รับเหมามีการเบิกค่างวดหรือค่ารับจ้างทำงานไปแล้ว 12 งวด เป็นเงิน 174.5 ล้านบาท หรือร้อยละ 27.52 และยังค้างเบิกจ่ายกว่า 459 ล้านบาท หรือร้อยละ 72.48 และนับตั้งแต่วันครบสัญญาและทางผู้รับจ้างยังดำเนินการต่อโดยไม่มีการเบิกค่างวด และมีการปรับแผนงาน เพื่อเร่งรัดการทำงานให้เสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นี้ ปัจจุบันผลงานก่อสร้างอยู่ที่ร้อยละ 96.98 ส่วนงานที่เหลือเป็นงานเบ็ดเตล็ด อาทิ การปลูกต้นทองกวาว 400 ต้น งานก่อสร้างเกาะกลางและติดตั้งแบริเออร์ ซึ่งเป็นงานละเอียดค่อนข้างใช้เวลา แต่ในส่วนของผิวทางสามารถเปิดใช้เส้นทางได้แล้ว

ขณะที่นายเอกสิทธิ์ ชื่นชม วิศวกรควบคุมงาน บ.เชียงใหม่สหวิศวการโยธาการ กล่าวยอมรับว่า ทางบริษัทยอมรับคำตำหนิจากผู้ใช้รถใช้ถนนที่ทำงานล่าช้า แต่ก็ได้พยายามเร่งดำเนินการแล้ว ในขณะนี้หลังจากผ่านปัญหาอุปสรรคต่างๆ มาได้ ซึ่งบริษัทไม่คิดที่จะทิ้งงาน เนื่องจากบริษัทยังมีสัญญางานก่อสร้างกับกรมทางหลวงอีก ตอนแรกเริ่มการก่อสร้างบริษัทมีปัญหาเกี่ยวกับการขาดสภาพคล่องบ้าง และยังติดปัญหาขาดวัตถุดิบในการก่อสร้างที่ไม่เพียงพอ เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่มีงานก่อสร้างหลายโครงการ แต่บริษัทก็พยายามอย่างที่สุดในการที่จะเร่งรัดงานเพื่อเปิดทั้ง 4 ช่องจราจรให้สามารถเดินรถได้

ผอ.แขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากจะหยุดงานก่อสร้างแล้ว ในส่วนของแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 2 ทั้ง 7 หมวดการทาง ในพื้นที่รับผิดชอบ 9 อำเภอ ได้จัดเจ้าหน้าที่เป็นชุดรับสถานการณ์ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไว้บริการพี่น้องประชาชนที่สัญจรบนทางหลวงในพื้นที่รับผิดชอบ และหากมีเหตุขัดข้องสามารถ โทร. 1586 เรียกใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอให้แจ้งตำแหน่งที่จะให้ไปช่วยเหลือ ทางหน่วยจะส่งทีมงานเข้าไปช่วยเหลือทันที ซึ่งจะไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่ยังบริการประชาชนตลอดทั้งปีด้วย