วันพฤหัสบดี, 17 ตุลาคม 2562

รองประวิทย์ให้อีกจังหวัดละล้าน เคาะให้ผู้ว่าเป็นผู้บูรณาการ ยันความร่วมมือเท่านั้นจึงเอาอยู่

“บิ๊กป้อม” ย้ำต้องบูรณาการทุกภาคส่วนปัญหาหมอกควันไฟป่าจึงจะเอาอยู่ สั่งการให้ผู้ว่าทั้ง 9 จังหวัดเป็น Single Command สั่งการทุกหน่วยร่วมมือแก้ปัญหา พร้อมควักให้จังหวัดละ 1 ล้านบาทสำหรับการวางแผนป้องกัน เผยคุยแล้วในระดับอาเซียนแต่ชายแดนทหารในพื้นที่ต้องจับเข่าคุยกันด้วย

วันที่ 10 ตุลาคม 2562 เวลา 10.00 น ที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวราวุฒิ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชุมมอบนโยบายการเตรียมความพร้อมและรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ปี 2563 โดยมี ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีในสังกัดกระทรวงทรัพย์ฯ ผู้นำหน่วยทหารจากกองทัพภาคที่ 3 และผู้ว่าราชการจังหวัด 9 จังหวัด พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ เพื่อรับฟังการนำเสนอการถอดบทเรียนการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคเหนือในปี 2562 ที่ผ่านมา และการคาดการณ์สถานการณ์การเผาและปริมาณเชื้อเพลิง ตลอดจนแนวทางปฏิบัติทั้งการป้องกันและแก้ไข และการสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยงานต่างๆ ในปี 2563

เสร็จสิ้นการประชุมมอบนโยบาย พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ที่มาวันนี้ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานได้บูรณาการช่วยเหลือในเรื่องการลดฝุ่นละอองประจำปี 2563 ให้น้อยลง ด้วยความร่วมมือของทุกหน่วยงาน รวมทั้งประชาชนทุคนด้วย เพื่อที่จะให้ฝุ่นละอองในปีนี้ได้ลดจริงๆ และให้มีการติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยในการที่จะไม่ให้เกิดฝุ่นละออง ให้เตือนในเรื่องของการเผา ประเทศไทยเองก็ต้องระวังในเรื่องการเผา ต้องวางกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้บูรณการของแต่ละจังหวัดทั้ง 9 จังหวัด

“ส่วนจะเอาอยู่หรือไม่นั้นขึ้นกับแต่ละหน่วยงานที่รับนโยบายไปจะร่วมมือกันหรือไม่ ถ้าร่วมมือกันเชื่อว่าสามารถจะทำให้ปัญหาฝุ่นควันลดลงไปได้ ทุกคนต้องร่วมมือกันในการที่จะทำให้นโยบายที่ให้ไว้สำเร็จ ซึ่งจะลดหมอกควันไปได้ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านได้มีการติดต่อกันในระดับรัฐบาลด้วย โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีการหารือในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ด้านชายแดนก็เป็นหน้าที่ของทหารที่จะต้องมีการประสานในระดับพื้นที่ด้วยเช่นกัน” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประวิทย์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2563 นี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจังหวัดละ 1 ล้านบาท สำหรับการวางแผน การป้องกัน ปัญหาหมอกควันไฟป่า ส่วนหอคอยฟอกอากาศยังพูดคุยกันเฉพาะที่กรุงเทพมหานคร ในส่วนภูมิภาคยังไม่ได้หยิบยกมาพูด ปัญหาหมอกควันต้องช่วยกันทุกฝ่ายการทำงานก็จะเป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ถ้าปล่อยให้ต่างคนต่างว่าไปตามแต่ตนคิดทำ ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะต้องร่วมมือกัน บูรณาการร่วมกันเท่านั้น

แนวทางการรับมือหมอกควันไฟป่าในปีนี้ กระทรวงมหาดไทยจะเป็น Single Command โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องติดตามสถานการณ์และบูรณาการสั่งการป้องกัน และควบคุมการเผาในจังหวัดอย่างเคร่งครัด หากฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ให้ประกาศห้ามเผาโดยทันทีนอกจากนี้จะต้องจัดระเบียบการเผาอย่างเป็นระบบให้ทยอยเผาในปริมาณที่ฝุ่นละอองไม่เกินมาตรฐานและสั่งการไปถึงระดับตำบล โดยเฉพาะตำบลเสี่ยงเผาซ้ำซาก ให้นายอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด

หลังจากนั้น พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ได้เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน เพื่อต้านการเผาและลดหมอกควัน โดยกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงสุขภาพอนามัยของประชาชน และสภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ ที่เป็นผลมาจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือและภาคอื่นๆ ของประเทศ รัฐบาลได้ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันกำหนดแผนปฏิบัติการในการรับมือและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยให้ความสำคัญกับ การป้องกันและการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเกิดปัญหาในพื้นที่ และมีผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชน

“การประชุมในวันนี้ ได้มอบนโยบายให้แก่ ทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า และหมอกควันภาคเหนือ ปี 2563 ซึ่งความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ จะต้อง ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ในการ เป็นหูเป็นตา และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการบุกรุก เผาทาลายพื้นที่ป่า และพื้นที่อื่นๆ” พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าว