ข่าวอัพเดท » กฎหมายให้ติดประกาศเตือนแค่ในสนามบิน ซะป๊ะน้ำพริก-ของกิ๋นพื้นเมืองถูกริบเกลื่อนหนามบิน

กฎหมายให้ติดประกาศเตือนแค่ในสนามบิน ซะป๊ะน้ำพริก-ของกิ๋นพื้นเมืองถูกริบเกลื่อนหนามบิน

29 มิถุนายน 2019
253   0

ตามที่โซเชียลแชร์สะพัด ความว่า …..#สิ่งที่ต้องรู้ สนามบินเชียงใหม่ ติดป้ายด้านในกับกฎใหม่ที่พึ่งเริ่มใช้ วันนี้เลือกที่จะนั่งใกล้กับทางเดินเข้า สิ่งที่ผิดสังเกตคือ ภาพที่ผู้โดยสารถูกแจ้งให้เปิดกระเป๋าเยอะมากจนต้องเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าทำไมมีผู้โดยสารถูกทิ้งของในกระเป๋าเยอะมากจนผิดปกติ

เมื่อเดินไปดูใกล้ใกล้ สิ่งที่โดนทิ้ง คือ #น้ำพริกหนุ่ม #น้ำพริกแดง แม้จะมีกระปุกขนาดเล็กแค่ไหนก็โดนทิ้ง จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมถึงทิ้ง เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทิ้งเพราะกระปุกน้ำพริกไม่มีปริมาณเขียนว่าบรรจุเท่าไหร่ คำถามคือ คุณได้มีป้ายไปติดที่หน้าร้านก่อนทางเข้าหรือไม่ว่านำขึ้นเครื่องไม่ได้แล้ว สิ่งที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง #น้ำพริก #แกง ยังพอเข้าใจได้ว่าถือว่าเป็นของเหลว แต่ #อาหารพื้นเมือง….คำจำกัดความ คืออะไร

อะไร คือ อาหารพื้นเมือง…??? ปริมาณที่เกินกำหนด คือ เท่าไหร่ ป้ายไม่เขียนให้ชัดเจน (สอบถามเจ้าหน้าที่ ปริมาณไม่เกิน 100 ml. เท่ากับปริมาณของเหลว) และทำไมไม่ติดป้ายหน้าร้านขายของฝากหน้าทางเข้า??? #ผู้ผลิตน้ำพริก ต้องทำฉลากระบุปริมาณเพื่อ #ผู้บริโภค จะได้สามารถหิ้วขึ้นเครื่องได้ สำหรับท่านที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน ข้อบังคับนี้เริ่มใช้วันที่ 23/06/2562 เวลาจะซื้อของฝากหรือต้องการหิ้วขึ้นเครื่อง สอบถามสายการบินก่อนว่าอะไรถือขึ้นได้ อะไรคืออาหารพื้นเมือง จะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่โยนทิ้ง…..

ท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ ออกชี้แจงว่า ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่กำกับดูแลด้านการบินของไทย ได้ออกประกาศ “หลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยาน หรือเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ.2562” เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 นั้น ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานทุกแห่งในสังกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท./AOT) รวมทั้งท่าอากาศยานทุกแห่งในประเทศไทย ได้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

หลักเกณฑ์ใหม่มีสาระสำคัญประการหนึ่งที่แตกต่างจาก ประกาศกรมการขนส่งทางอากาศ เรื่องข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุและสารอื่นๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันขึ้นในห้องโดยสารอากาศยาน ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 เป็นต้นมาก็คือ การกำหนดคำนิยามของ “ของเหลว เจล สเปรย์” หมายรวมถึง ของเหลวในรูปแบบต่างๆ เช่น น้ำ เครื่องดื่ม ซุป น้ำเชื่อม แยม สตูว์ ซอส น้ำพริก หรืออาหารอย่างอื่นที่อยู่ในซอส หรือที่มีส่วนประกอบเป็นของเหลวในปริมาณมาก ตลอดจนครีม โลชั่น เครื่องสำอาง น้ำมัน น้ำหอม หรือเจลในรูปแบบต่างๆ เช่น ยา ยาสีฟัน อาหาร ยาสระผม เจลอาบน้ำ หรือวัตถุหรือสารที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มีแรงดันและต้องฉีดพ่นเพื่อนำออกมาใช้ เช่น สเปรย์ โฟม รวมถึงวัตถุหรือสารที่มีส่วนผสมของของแข็งและของเหลว เช่น มาสคารา ลิปสติก หรือลิปปาล์ม ซึ่งผู้โดยสารสามารถนำของเหลวที่เข้าข่ายตามคำนิยามดังกล่าวไปกับอากาศยานได้ ด้วยการโหลดเป็นสัมภาระใต้ท้องเครื่อง แต่หากต้องการนำติดตัวขึ้นไปบนห้องโดยสารอากาศยาน จะต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและมีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร โดยต้องมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน

สำหรับอาหารพื้นเมือง ที่เข้าข่ายตามประกาศของ กพท. ได้แก่ อาหารพื้นเมืองที่มีลักษณะเป็นอาหารเหลว และน้ำพริกต่างๆ ส่วนอาหารพื้นเมืองอื่นๆ เช่น แคบหมู ไส้อั่ว สามารถนำเข้าเขตหวงห้าม และขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานได้ แต่ต้องปิดบรรจุภัณฑ์ให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นรบกวนผู้โดยสารอื่น

สำหรับ ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การตรวจคันของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานหรือนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ. 2562 สาระสำคัญปรากฏในข้อที่ 4 เป็นการให้คำนิยามแบบกว้างของคำว่า “ของเหลว เจล สเปรย์” ตามที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากนี้ยังมีข้อ 6 เป็นหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ของเหลว เจล สเปรย์ ที่ผู้โดยสารจะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานหรือนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะได้ ซึ่งผู้โดยสารจะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน ซึ่งควรที่จะรู้ให้กระจ่างก่อนที่จะทำการซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยซ้ำ

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าวประกอบด้วย (1) ของเหลว เจล สเปรย์แต่ละชิ้น ต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิทและมีปริมาตรไม่เกิน 100 มิลลิลิตร หรือในหน่วยวัดปริมาตรอย่างอื่นที่เท่ากัน 2. บรรจุภัณฑ์ที่จะใช้บรรจุของเหลว เจล สเปรย์ตาม (1) ต้องมีปริมาตรที่รองรับของเหลว เจล สเปรย์ได้ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และต้องมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์ ไม่ว่าบรรจุภัณฑ์นั้นจะบรรจุของเหลว เจล สเปรย์ไว้เพียงบางส่วนก็ตาม (3) ผู้โดยสารสามารถนำของเหลว เจล สเปรย์ ตาม (1) ขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานหรือ
นำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะได้มากกว่า 1 ชิ้น แต่ต้องมีปริมาตรรวมกันสูงสุดไม่เกินคนละ 1,000 มิลลิลิตร และในกรณีตาม (3) ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะอาจกำหนดมาตรการเพิ่มเติมให้ผู้โดยสารนำของเหลว เจล สเปรย์ ใส่ในถุงพลาสติกใสที่สามารถปิดผนึกได้ (Transparent Re-Sealable Plastic Bag) หรือในบรรจุภัณฑ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกัน และต้องปิดผนึกปากถุงให้เรียบร้อย โดยให้สามารถนำไปได้คนละ 1 ถุง โดยไม่นับรวมอยู่ในจำนวนสัมภาระติดตัวที่ผู้ดำเนินการเดินอากาศแต่ละรายอนุญาตให้นำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานได้

สำหรับการสร้างความรับรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน ประกาศฉบับนี้ระบุแค่ว่า ให้ผู้ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจัดให้มีการประชาสัมพันธ์การนำของเหลว เจล สเปรย์ขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานหรือเข้าเขตพื้นที่หวงห้ามของสนามบินสาธารณะ ให้กับผู้โดยสาร ผู้ประจำหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานบนห้องโดยสารอากาศยาน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสนามบิน ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเขตพื้นที่หวงห้าม รวมถึงบุคคลใดๆ ทราบ ณ บริเวณที่เห็นได้ชัดเจนภายในอาคารผู้โดยสาร เช่น จุดแสดงตนเพื่อรับบัตรโดยสาร จุดตรวจคันเพื่อการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งช่องทางอื่นใดเพื่อให้ทราบล่วงหน้าก่อนเข้าพื้นที่หวงห้ามของสนามบินสาธารณะ เท่านั้น โดยความเป็นจริงแล้วส่วนมากผู้โดยสารจะซื้อสิ่งของที่จะเป็นของฝาก ของที่ระลึก ประเภทต่างๆ จากภายนอกก่อนจะเดินทางไปสนามบินแทบทั้งสิ้น การกำหนดให้ประชาสัมพันธ์เพียงแค่ในพื้นที่ท่าอากาศยานจึงเกิดเหตุการณ์ดังที่ปรากฏบนโลกโซเชียลนั่นเอง