ข่าวอัพเดท » แม่ทัพภาค 3 แถลงผลควบคุมพื้นที่ปลูกและตัดทำลายไร่ฝิ่น ปี 61 พบพื้นที่ลดลงกว่า 69.44% เทียบกับปีที่ผ่านมา

แม่ทัพภาค 3 แถลงผลควบคุมพื้นที่ปลูกและตัดทำลายไร่ฝิ่น ปี 61 พบพื้นที่ลดลงกว่า 69.44% เทียบกับปีที่ผ่านมา

22 กันยายน 2018
35   0

พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่นปี 2561 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางทิพาพร ทัศน์ภักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ให้การต้อนรับ

แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า การควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจำปี 2561 เป็นการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองทัพภาคที่ 3, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 และภาค 6, สถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด, กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5, กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค6, จังหวัด/อำเภอที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดที่เกี่ยวข้อง (จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ตาก, กำแพงเพชร, น่าน, พะเยา, ลำปาง, แพร่, เพชรบูรณ์ และจังหวัดพิษณุโลก) โดยได้ร่วมกันกำหนดเป็นแผนการฯ ที่มีความประสานสอดคล้องกัน เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

ในปีนี้ โครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้หน่วยในโครงการระดับพื้นที่ได้แก่กองพลทหารราบที่ 4, กองพลทหารราบที่ 7, กองพลทหารม้าที่ 1 และ ฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 พิจารณาจัดกำลังพล เข้าดำเนินการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ในทุกพื้นที่เป้าหมายให้ได้จำนวนมากที่สุด ซึ่งได้มีการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่เป้าหมายที่ได้มีการกำหนดและแบ่งมอบไว้ให้แล้ว โดยสถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด สำนักงานเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สพส.สำนักงาน ป.ป.ส.) ได้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายสำหรับการดำเนินงานไว้ จำนวนทั้งสิ้น 65 พื้นที่เป้าหมาย โดยให้ กองทัพภาคที่ 3 เป็นหน่วยรับผิดชอบเข้าดำเนินการร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผลการปฏิบัติใน ปี 2561 พบว่าจำนวนพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นลดลงจากในปี 2560 อาจจะประเมินได้ว่ามีสาเหตุมาจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีฝนตกเป็นห้วงติดต่อกันระยะยาวกว่าปกติ ทำให้ฝิ่นที่ลักลอบปลูกและหวังเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน ได้รับความเสียหาย และความร่วมมือจากราษฎรในพื้นที่ อันเนื่องมาจากภาครัฐ ได้เข้มงวดกวดขันกับ ผู้นำท้องถิ่น และเพิ่มความถี่ในการติดตามเหตุการณ์ในพื้นที่ ตลอดจนการให้ข้อมูลข่าวต่อทางราชการ รวมทั้งการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ มีการบูรณาการข้อมูลข่าวสาร และร่วมปฏิบัติการตัดทำลายไร่ฝิ่นในพื้นที่ ตลอดจนการลาดตระเวนพื้นที่รับผิดชอบของกำลังป้องกันชายแดน ทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นเกิดความหวาดระแวง ไม่กล้าตัดสินใจที่จะลงทุนลักลอบปลูกซ้ำและการใช้มาตรการบังคับทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องกับเป้าหมายที่มีฐานข่าว ดำเนินการในมาตรการเฝ้าระวังและป้องปราม อย่างเข้มงวดจริงจังในพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภออมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอท่าสองยาง อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก นอกจากนี้ภาครัฐได้เข้าดำเนินการฝึกอบรม และแนะนำการประกอบอาชีพทางการเกษตร ให้กับราษฎรในพื้นที่ ทำให้ราษฎรมีทางเลือกในการทำการเกษตร และให้ความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น

ส่วนผลการดำเนินการตามแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่นประจำปี 2561 กองทัพภาคที่ 3 มีพื้นที่เป้าหมายที่รับผิดชอบของ จำนวน 65 พื้นที่เป้าหมาย ในปี 2561 ได้ตรวจพบพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นและตัดทำลายไร่ฝิ่น ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่,เชียงราย,แม่ฮ่องสอน, ตาก และจังหวัดกำแพงเพชร โดยแบ่งได้ตามพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยในโครงการระดับพื้นที่ ได้แก่ พล.ร.4/โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ร.4 ตรวจพบ 2 พื้นที่, พล.ร.7/โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ร.7 ตรวจพบ 10 พื้นที่,พล.ม.1/โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ม.1 ตรวจพบ 1 พื้นที และฝทพ.ศปก.ทภ.3/โครงการกำจัดพืชเสพติด ฝทพ.ศปก.ทภ.3 ตรวจพบ 6 พื้นที่

ทั้งนี้ในปี 2560 หน่วยในโครงการสามารถดำเนินการตัดทำลายในพื้นที่ที่ตรวจพบ รวม 19 พื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ พล.ร.4/โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ร.4 ผลการตัดทำลาย ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 48 แปลง พื้นที่ 70.18 ไร่, พื้นที่นอกเป้าหมาย 4 แปลง พื้นที่ 2.38 ไร่ รวม 52 แปลง พื้นที่ 72.56 ไร่, พล.ร.7/โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ร.7 ผลการตัดทำลาย ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 195 แปลง พื้นที่ 136.98 ไร่ , พื้นที่นอกเป้าหมาย 4 แปลง พื้นที่ 2.38 ไร่ รวม 199 แปลง พื้นที่ 139.36 ไร่,พล.ม.1/โครงการกำจัดพืชเสพติด พล.ม.1 ผลการตัดทำลายนอกพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 3 แปลง พื้นที่ 1 ไร่ และ ฝทพ.ศปก.ทภ.3/โครงการกำจัดพืชเสพติด ฝทพ.ศปก.ทภ.3 ผลการตัดทำลาย ในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 393 แปลง พื้นที่ 360.11 ไร่, พื้นที่นอกเป้าหมาย 9 แปลง พื้นที่ 3.12 ไร่ รวม 402 แปลง พื้นที่ 363.23 ไร่ สำหรับผลการตัดทำลายไร่ฝิ่นทั้งใน และนอกพื้นที่เป้าหมาย ในปี2560 ที่ผ่านมา มีการลักลอบปลูก จำนวน 1,885.02 ไร่ และในปี 2561พบว่า มีการลักลอบปลูกจำนวน 576.15 ไร่ ลดลง 1,308.87 ไร่ คิดเป็น 69.44% ของปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 อนุมัติให้ โครงการกำจัดพืชเสพติดกองทัพภาคที่ 3 โดย กองทัพน้อยที่ 3 จัดตั้งกองบัญชาการเฉพาะกิจ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ 3 และหน่วยเฉพาะกิจกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ณ ค่ายพระปิ่นเกล้า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 เพื่อควบคุม อำนวยการ และกำกับดูแลการปฏิบัติงาน ของหน่วยในโครงการระดับพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย กองพลทหารราบที่ 4, กองพลทหารราบที่ 7, กองพลทหารม้าที่ 1 และ ฝ่ายทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่3 ที่ปฏิบัติงานตามแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจำปี2561 โดยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ( สำนักงาน ป.ป.ส.) การดำเนินงานตามแผนงาน โครงการกำจัดพืชเสพติด กองทัพภาคที่ 3 เป็นส่วนงานหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของ ยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศชาติอยู่ในปัจจุบัน โดยได้ดำเนินการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น เพื่อทำให้พื้นที่ ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่น และพืชเสพติดชนิดอื่นๆ ในภาคเหนือ มีปริมาณลดลง และหมดสิ้นไปในที่สุด