รายงานพิเศษ » “กรรณิกา ด้วงแพง” ตัวอย่าง “นักข่าว” ปรับตัวเพื่อให้รอด เมื่อกระแสโซเชี่ยลแรง พลิกงานรองมาสร้างรายได้หลัก

“กรรณิกา ด้วงแพง” ตัวอย่าง “นักข่าว” ปรับตัวเพื่อให้รอด เมื่อกระแสโซเชี่ยลแรง พลิกงานรองมาสร้างรายได้หลัก

5 มีนาคม 2018
427   0

วันที่ 5 มีนาคมของทุกปีถือว่าเป็น “วันนักข่าว” เป็นวันพักผ่อน วันสังสรรค์ ของนักข่าวน้อยใหญ่ แต่วันที่ 5 มีนาคม 2561 วันนี้ เราจะพาไปดูการปรับตัวขนานใหญ่ของนักข่าวสาวภาคสนามที่ก่อนหน้านี้เคยมีงานข่าวเป็นงานประจำ หลังพิษเศรษฐกิจยุคกระแสโซเชียลมาแรง ส่งผลกระทบกับสำนักข่าวทั้งระบบ ทำให้ส่งผลกระทบกับผู้สื่อข่าวหลายราย ถึงขั้นต้องออกมาจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนด์ มีรายได้ไม่แน่นอน ทางออกที่อาจกลายเป็นทางหลัก กับอาชีพเสริม “ขายแชมพูออร์แกนิคส์” ด้วยกลยุทธ์การขายที่อาศัยประสบการสื่อกลายเป็น การตลาดที่แตกต่าง

เป็นประจำทุกวันหลังทำข่าวเสร็จ นางสาวกรรณิกา ด้วงแพง ผู้สื่อข่าวพิเศษช่องหนึ่ง จะนำแชมพูออร์แกนิคจากน้ำซาวข้าวไปเร่ขายให้กับลูกค้า โดยเฉพาะชาวสวนชาวไร่ในแต่ละอำเภอ โดยวันนี้เธอได้ไปขายแชมพูที่บ้านหนองแสะ ตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถไปตามถนนบนท้องทุ่ง เมื่อเห็นชาวสวนชาวไร่เธอก็จะแวะคุยและจอดขายของ หลายคนที่นี้คุ้นเคยกับเธอ เพราะเธอจะนำแชมพูมาส่งให้ชาวนาที่นี้หลายรอบแล้ว อย่างเช่น ลุงจำรัส ลุมมา ชาวนาบ้านหนองแสะหนึ่งในลูกค้าของเธอ หลังได้ซื้อแชมพูน้ำซาวข้าวออร์แกนิค zanrich มาใช้ทำให้ผมไม่ร่วงจึงได้แนะนำให้เกษตรกรคนอื่นได้ใช้ของดี

โดย ลุงจำรัส บอกว่า เกษตรที่นี่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาเข้าไปในเมือง จึงไม่สามารถรู้ได้ว่ามีผลิตภัณฑ์ชนิดไหนที่ใช้ดี เมื่อมีคนนำมาขายถึงที่ เป็นสิ่งที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษ ทำจากข้าวจากชาวนาเองด้วย จึงถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เมื่อใช้แล้วผมไม่ร่วง จึงอยากให้พี่น้องชาวไร่ชาวนาคนอื่นๆ ได้ใช้ของดีด้วย เพราะนอกจากจะได้ใช้ของดีแล้วยังเป็นการอุดหนุนชาวนาไทยด้วย ถ้าหากว่าข้าวนำมาทำแชมพูมีคนใช้กันเยอะก็จะทำให้ราคาข้าวอาจมีราคาแพงมากขึ้นได้

นางสาวกรรรณิกาฯ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเป็นผู้สื่อข่าวประจำศูนย์ข่าวรายการหนึ่ง หลังจากมีการปรับเปลี่ยนเป็นยุคแข่งขันของทีวีดิจิทัล ประกอบกับกระแสข่าวบนโลกในโซเชียลมาแรง ทำให้บริษัทมีโครงการ “ร่วมใจจาก” ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น ครั้งแรกทราบข่าวเธอทำใจไม่ได้ เครียดมาก นอนร้องไห้ทุกคืน ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ ซึ่งแพทย์ต้องให้ยานอนหลับและยาคลายเครียดมากิน กระทั่งมาระยะหลังเริ่มปรับตัว เริ่มก้าวเข้ามาเป็นผู้สื่อข่าวพิเศษ รับทำข่าวให้กับหลายช่อง แต่ด้วยที่ตัวเองมาทำทีหลังเพื่อน ประกอบกับรายได้ที่ไม่แน่นอน ทำให้เริ่มคิดที่จะหาอะไรทำเพื่อรองรับอนาคต

ก่อนหน้านี้เธอได้สั่งแชมพูแซนริชแชมพูจากน้ำซาว มาจากรุ่นน้องที่เคยเป็นผู้สื่อข่าวมาด้วยกันในรายข่าวบริษัทหนึ่ง ซึ่งเมื่อใช้แชมพูออร์แกนิคจากน้ำซาวข้าวนี้แล้ว ช่วยลดผมของเธอที่ร่วงจากอาการเครียดและทำให้ปลูกผมใหม่ขึ้นมาเยอะ ใช้และได้ผลดี จึงสั่งมาทดลองขายก่อน 10 ขวด ปรากฏว่าได้รบการตอบรับเป็นอย่างดี คนที่นำไปใช้แล้วใช้ดี จึงได้สั่งมาขายเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่จริงจัง เพราะหลักๆ ก็ยังไปโฟกัสกับงานที่ตัวเองรัก ออกตระเวนไปทำข่าวทุกที่

กระทั่งสิ้นเดือนเห็นรายจ่ายที่มีภาระมากมาย ทั้งผ่อนบ้านและรถ วินาทีนั้นเธอมีความคิดว่า อยู่ไม่ได้แล้ว หมดหวังและท้อ แต่เมื่อขับรถไปติดไฟแดงเห็นชาวเขาขี่รถพ่วงใช้ผ้าข้าม้าผูกลูกไว้ที่หน้าอก ฝนก็ตก จึงได้กลับมาทบทวนว่า คนอื่นเขายังลำบากกว่าเราทำไมเราไม่หาอะไรทำที่มันจริงจังและไม่กระทบกับงานที่เรารัก ทำควบคู่กันไปได้ เพราะขณะนี้อาชีพนักข่าว หลายคนต่างได้รับผลกระทบจากสื่อโซเชี่ยล สื่อสิ่งพิมพ์ทยอยปิดตัว ดังนั้นจำเป็นต้องปรับตัว และหาอาชีพมารองรับ

จึงเป็นจุดเริ่มกับการขายแชมพูอย่างจริงจัง กระทั่งกลายเป็นตัวแทนจำหน่ายและสร้างจุดขายให้แตกต่างจากคนอื่นด้วยการเปิดท้ายกระโปรงรถให้เป็นมินิมาร์ทเคลื่อนที่ มีของพร้อมขายตลอดเวลา รวมทั้งเข้าถึงผู้ใช้โดยเฉพาะชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนาและชาวสวน ซึ่งพวกเขาไม่มีโอกาสได้ออกไปเดินห้างเหมือนคนอื่นๆ

นอกจากนี้ยังอาศัยช่องทางโลกออนไลน์ในขายสินค้าด้วย โดยอาศัยเพจเฟซบุ๊กเป็นหน้าร้านกระทั่งเป็นที่รู้จัก และเริ่มมีตัวแทนมารับไปจำหน่ายตามจุดต่าง หลังการขายแชมพูของเธอเริ่มไปได้ดีมีรุ่นน้องวงการสื่อหลายคนเริ่มมาขอคำปรึกษาและสนใจจะมาเป็นตัวแทนจำหน่าย หลังสื่อสิ่งพิมพ์ของตัวเองปิดตัวทำให้หลายคนที่ไม่ทันตั้งตัวไม่มีอาชีพเสริมรองรับ

กรรณิกา ยังบอกอีกว่า ทุกวันนี้ไม่มีงานที่มั่นคง เราไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ แต่เราสามารถเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเธอเชื่อว่า…ถ้าหากเราขยันและสามารถทำทุกอาชีพได้โดยไม่เคอะเขิน กล้าพูด กล้าคิด และกล้าตัดสินใจ รวมถึงความขยันและอดทน เราก็จะมีกินมีใช้ได้อย่างไม่ลำบาก