ข่าวอัพเดท » คลังเชียงใหม่แจงละเอียด บัตรผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 บัตร 300 อายุไม่เกิน 60 ต้องลงทะเบียนทุกคน ถ้าแจ้งร่วมโดรงการแล้วเบี้ยว ตัดและหักทันทีเงินที่ได้รับเพิ่ม

คลังเชียงใหม่แจงละเอียด บัตรผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 บัตร 300 อายุไม่เกิน 60 ต้องลงทะเบียนทุกคน ถ้าแจ้งร่วมโดรงการแล้วเบี้ยว ตัดและหักทันทีเงินที่ได้รับเพิ่ม

8 กุมภาพันธ์ 2018
241   0

ที่สำนักงานคลังจังหวัดเชียงใหม่ นายอนุชา สุขสงวน คลังจังหวัดเชียงใหม่ แจงถึงมาตรการการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการให้ความช่วยเหลือระยะที่ 2 หรือโครงการบัตรผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ว่า เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ในระยะที่ 1 มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 355,418 คน และได้มีการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปให้ประชาชนที่ลงทะเบียนทั้งหมดแล้ว ซึ่งในบัตรจะมีสิทธิประโยชน์หลายประการ ส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง อีกส่วนสำหรับดูแลความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยมียอดเงินในบัตรให้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านธงฟ้าที่ร่วมรายการ

“ในบัตรจะมี 2 วงเงิน บัตรชุดหนึ่งจะมีวงเงิน 300 บาท อีกชุดหนึ่งจะมี 200 บาท ซึ่งจะเป็นข้อแตกต่างระหว่างบัตรสำหรับการใช้ซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าประชารัฐที่ร่วมโครงการ สำหรับวงเงินในบัตรจะได้ข้อมูลมาจากผู้ลงทะเบียนที่ได้รับการตรวจสอบแล้วคือ มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปีมีวงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อเดือน และมีรายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี มีวงเงินในบัตรเพื่อซื้อสินค้า 200 บาทต่อเดือน ซึ่งประชาชนที่มีบัตรทราบดีว่าใช้อย่างไรมีวงเงินเท่าไร” คลังจังหวัดเชียงใหม่ กล่าว

นายอนุชาฯ กล่าวอีกว่า สำหรับปีนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการให้ความช่วยเหลือระยะที่ 2 แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2560 ที่ผ่านมา นั่นหมายความว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วเท่านั้น

ในหลักการจะมีการวิเคราะห์และให้ความช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายบุคคล โดยจัดให้มีผู้ดูแลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อทำหน้าที่สำรวจสภาพข้อเท็จจริง สอบถามความประสงค์ และให้คำแนะนำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม เพื่อรัฐบาลจะได้ให้ความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความยั่งยืน ในประการที่ 2 เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามความจำเป็นอย่างรอบคอบใน 4 มิติ อันได้แก่ การมีงานทำ การฝึกอบรมอาชีพและการศึกษา การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ และการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน

ประการที่ 3 เป็นเรื่องของการเข้าหาและติดตามผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท และอยู่ในวัยแรงงาน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เข้าร่วมการพัฒนาตนเองได้โดยสมัครใจ นั่นก็หมายความว่า กลุ่มเป้าหมายตามโครงการนี้ก็คือ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะโครงการนี้เป็นการต่อยอดเพื่อการพัฒนาศักยภาพของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“การช่วยเหลือจะแยกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้ถือบัตรอายุไม่เกิน 60 ปี รายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี กลุ่มนี้จะมีการเข้าหาทุกคน หรือให้ทุกคนที่มีบัตรมาแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการกลุ่มนี้จะได้รับการเพิ่มวงเงินในบัตรให้อีกเดือนละ 200 บาท รวมเป็นเดือนละ 500 บาท หากใครไม่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตก็ให้แจ้งว่าไม่ประสงค์ที่จะร่วมโครงการ ซึ่งจะมีช่องให้ทำเครื่องหมายว่าไม่ประสงค์ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิต” นายอนุชาฯ กล่าว

คลังจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวย้ำว่า กลุ่มแรกนี้จะต้องไปแจ้งทุกคนว่าประสงค์หรือไม่ในการที่จะร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต หากไม่ไปแจ้งทางเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปหาถึงถิ่นที่พำนักเพื่อสอบถามความประสงค์ว่าต้องการร่วมโครงการนี้หรือไม่ เพราะโครงการนี้ต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ก่อน เนื่องจากยังสามารถที่จะทำงานได้และมีรายได้น้อยมาก

กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มผู้ถือบัตรที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท กลุ่มนี้จะมาแจ้งเพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตหรือไม่ก็ได้ แต่หากมาแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าร่วมโครงการก็จะได้เงินเพิ่มวงเงินในบัตรอีกเดือนละ 100 บาท รวมเป็นเดือนละ 300 บาท

นายอนุชาฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการลงทะเบียนตามโครงการนี้ในทุกกลุ่ม ผู้ที่จะลงทะเบียนได้ต้องมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแจ้งเพื่อลงทะเบียนเท่านั้น ในบางอำเภออาจแจ้งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอนั้นๆ หรือแจ้งได้ที่ธนาคาร ได้แก่ธนาคารออมสิน หรือ ธกส. ในพื้นที่ ในส่วนธนาคารนั้นจะมีแผนในการที่จะลงพื้นที่เพื่อให้บริการ โดยจะมีระยะเวลาในการลงทะเบียนเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึงวันที่ 28 ก.พ.61 นี้เท่านั้นที่ผู้มีบัตรจะแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งจะแจ้งว่าไม่ร่วมโครงการก็ได้ วงเงินในบัตรก็จะได้รับตามปกติที่ได้รับอยู่

หลังจากที่เปิดให้มีการแจ้งความประสงค์เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตแล้ว จะมีหลายหน่วยงานที่จะเข้ามาบูรณาการในการที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย อย่างเช่นแจ้งความประสงค์ว่า อยากมีงานทำ กรรมการระดับจังหวัดจะมาวิเคราะห์แล้วก็ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงแรงงานเพื่อให้ความช่วยเหลือ หากต้องการพัฒนาอาชีพก็อาจส่งต่อให้กับศูนย์พัฒนาฝีมือแรงไปดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นช่วงของการดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามที่ผู้ถือบัตรแจ้งโดยจะดำเนินการไปจนถึงเดือนธันวาคม 2561

คลังจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวอีกว่า โครงการนี้มีเงื่อนไขอยู่ว่า หากผู้ที่แจ้งความประสงค์ที่จะเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตแล้ว ซึ่งในเดือนถัดไปก็คือเดือนมีนาคม 2561 ก็จะมีการโอนเงินเพิ่มให้ตามสิทธิในแต่ละกลุ่มที่จะได้เงินเพิ่ม 200 บาท หรือ 100 บาท พอแจ้งร่วมโครงการแล้วเมื่อถึงเวลาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามโครงการ กลับไม่เข้าร่วมโครงการตามที่แจ้งไว้ ก็จะมีการเรียกเงินคืนในส่วนที่เป็นเงินที่ได้เพิ่มเข้ามา โดยจะหักจากยอดวงเงินที่มีอยู่ในบัตรนั้น อย่างเช่นบัตรที่เคยใช้ได้รับวงเงิน 300 บาท เมื่อแจ้งเข้าร่วมโครงการได้เพิ่มมาอีก 200 บาท พอได้รับผ่านไป 3 เดือน มีการเรียกให้เข้าร่วมการพัฒนาตามโครงการแต่ไม่เข้าร่วม ก็จะโดนหัก 200 บาท โดยจะหักจากยอดที่เคยได้รับเดือนละ 300 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เหลือใช้เพียงแค่ 100 บาท เมื่อหักหมดก็กลับไปรับวงเงินในบัตรที่ 300 บาท ตามเดิม ก็ใช้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย

“ที่อยากฝากเน้นก็คือ โครงการนี้เป็นโครงการต่อยอด ซึ่งผู้ที่จะร่วมโครงการได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วเท่านั้น ส่วนผู้ยังไม่มีบัตรก็ต้องรอนโยบายจากรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะจะต้องมีการปรับฐานข้อมูลในส่วนผู้ที่อาจมีรายได้เพิ่มก่อน ที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีบัตรแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุไม่เกิน 60 ปี และถือบัตรที่มีวงเงิน 300 บาทต่อเดือน ขอให้ไปแจ้งความประสงค์ในการจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกคน ส่วนผู้ที่ถือบัตรที่มีวงเงิน 200 บาทต่อเดือน ก็ต้องพิจารณาด้วยตัวเองว่าจะให้รัฐช่วยเหลือด้านไหนอย่างไร อย่างน้อยไปแจ้งความประสงค์หรือพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่รับลงทะเบียนได้ หากไม่คุยแล้วมีความประสงค์ไม่เข้าร่วมโครงการก็แจ้งได้ ในแบบรับแจ้งมีช่องให้เลือกว่าไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการให้เลือก สำหรับผู้ที่ประสงค์พัฒนาคุณภาพชีวิตเมื่อเข้าร่วมโครงการเสร็จแล้วเงินที่ได้รับในจำนวนทีเพิ่มเข้ามาก็จะได้รับตามยอดที่เพิ่มไปตลอด เพราะเป็นจุดประสงค์ที่รัฐบาลต้องการเพิ่มรายได้ให้กับทุกคนนั่นเอง” นายอนุชา สุขสงวน คลังจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวในที่สุด